วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

IA

แบบมาตรฐาน

รุ่นฉลองครบรอบ1ปี
ข้อมูลซอฟต์แวร์

 ชื่อซอฟต์แวร์ IA – ARIA OF THE PLANETES
 รุ่น Vocaloid3
 ผู้ผลิต 1st PLACE              
 ภาษาที่รองรับ ญี่ปุ่น
 ผู้ให้เสียง Lia
 วันวางจำหน่าย 27 มกราคม 2012
 ราคาจำหน่าย 12,800เยน
 หน้าหลัก

ข้อมูลทางเทคนิค

 Tempo  63 ~ 228BPM
 Range  B2 ~ A4
 แนวเพลงที่แนะนำ ป๊อบ,แจ๊ส

ข้อมูลตัวละคร

 ชื่่อ IA (อ่าน เอีย)
 เพศ หญิง
 ผู้ออกแบบตัวละคร赤坂アカ  (Akasaka Aka:อะคะซะคะ อะคะ)



       IAนั้นเชื่อว่าชื่อมาจากLiaผู้ให้เสียงโดยตรง ซึ่งLiaนั้นเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงมาจากเพลง鳥の歌(Tori No Uta) ซึ่งได้ใช้ประกอบวิชวลโนเวลเรื่องAir โดยสตูดิโอKey  ซึ่งจากการที่คลิปPV MMDข้างบนนั้นได้เข้าสู่อันดับ4ในการประกวด ในการแข่งขัดMMD Cupครั้งที่8 ทำให้IAมีชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว

      คำโปรยของIAคือ Aria on the Planetes นั้นมีคนตีความไว้ 2 แนวทางด้วยกัน อย่างแรกคือคำว่า “Aria” และ “Planetes” มาจากภาษาละตินซึ่งมีความหมายว่า “พื้นที่อันเปิดกว้าง” และ “ดาวเคราะห์” ตามลำดับ รวมความได้ว่า “พื้นที่อันกว้างใหญ่บนดาวเคราะห์” และอีกแนวทางหนึ่งก็คือคำว่า “Aria” เป็นภาษาอิตาเลียนซึ่งแปลว่า “Air(อากาศ)” และซึ่งมักใช้กันในแวดวงโอเปร่าโดยสื่อถึงการร้องเพลงโดยนักร้องเดี่ยว หรืออาจมองอีกมุมก็อาจเกี่ยวกับวิชวลโนเวลAirที่ใช้เพลงTori No UtaของLiaผู้ให้เสียงไปใช้ก็เป็นได้

      ทางด้านประสิทธิภาพนั้นIAจัดว่ามีความเหมือนมนุษย์สูงที่สุดที่เคยมีมา แม้แต่ในหมู่Vocaloid3ด้วยกันก็ตาม จนบางครั้งก็ถูกมองว่าเหมือนมนุษย์จนเกินไป (ในจุดนี้คงต้องอธิบายในภายหลังว่าทำไมไม่ควรเหมือนมนุษย์มากเกินไป) ซึ่งทำให้นักแต่งเพลงบางคนมีการปรับแต่งIAในแนวที่ทำให้แตกต่างจากเสียงของผู้ให้เสียงมากขึ้น ซึ่งจากการสังเกตุของข้าเจ้าVocaloid-Pที่ชอบใช้IAมักเป็นVocaloid-Pที่อยู่มาได้ไม่นานนัก(ประมาณปี2010ขึ้นไป) ในVocaloid-Pที่มีผลงานเป็นระดับตำนานหลายคนแทบไม่พบการใช้IAเลย ส่วนหนึ่งน่ามาจากการที่มีความเหมือนมนุษย์สูง เพราะVocaloid-Pที่อยู่มานาน เหล่านั้นหลายคนมักใช้ประโยชน์จากความไม่เหมือนมนุษย์ของVocaloidในการสร้างเสน่ห์เฉพาะตัวให้กับเพลงของตน หรือก็คือมีไสตล์ของตนเองอย่างชัดเจน ยกเว้นบางคนที่ทำเพลงไสตล์เสียงเหมือนมนุษย์อยู่แล้ว

       ทางด้านลิขสิทธินั้นจัดว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงคือ สามารถใช้ภาพอย่างเป็นทางการบนแผ่นซีดี ใบปลิว หรือโปสเตอร์ได้ แต่นอกเหนือจากนี้ จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน ซึ่งของเดิมที่ใช้กันนั้นห้ามนำรูปแบบเป็นทางการไปใช้ไม่ว่ากรณีใดก็ตามโดยไม่ได้รับอนุญาต และในปัจจุบันVocaloidของหลายค่ายเช่นCryptonได้ปรับเป็นแบบนี้แล้ว ซึ่งการปรับเป็นแบบนี้เมื่อดูๆไปแล้ว จะสามารถส่งผลให้เผยแพร่ตัวVocaloid ไปได้ง่ายกว่าของเดิมมาก แต่ดูจากผลงานจำพวกCD อัลบัมเพลงในช่วงนี้แล้ว รู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่มีผลอะไรมากนัก เพราะปกติก็จะใช้รูปที่วาดขึ้นมาใหม่อยู่แล้ว

        อนึ่งIAไม่มีการประกาศข้อมูลตัวละครอื่นๆนอกจากที่ระบุมาข้างต้น ข้อมูลนอกเหนือจากนี้เช่นIAมีอายุ15ปี เป็นความเข้าใจผิดและแฟนเมดทั้งสิ้น (และตัวอื่นๆก็เช่นเดียวกัน)

อ้างอิง
http://vocaloid.wikia.com

วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ประกาศ20/5/13

ข้าเจ้าทำบล๊อกนี้มานอกจากความรักในVocaloidที่เปลี่ยนชีวิตข้าเจ้าแล้ว ยังทำเพื่อฝึกการแปลและการเขียนวิเคราห์ด้วย เพราะข้าเจ้าเชื่อว่าข้าเจ้าต้องใช้มันในอนาคตเลยเลือกทีจะทำบล๊อกนี้

ขอเข้าเรื่องแล้วกันเนื่องจากข้าเจ้าเปิดเทอม(ม.6)แล้วช่วงนี้จะอัพสักสัปดาห์ละครั้ง-2ครั้งประมาณวันพฤหัสและเสาร์ถ้ามีบทความเสร็จ และจะอาจอัพเทกระจาดทีละหลายๆบทความ เพราะข้าเจ้าจะเขียนคร่าวๆบนมือถือแล้วไปแก้ไข+เพิ่มรูป+ลิงค์ในคอมพ์ ถ้าอัพวันอื่นก็จะเป็นบทวิเคราะห์ต่างๆ ที่เป็นตัวหนังสือล้วนๆ ถ้าสัปดาห์ไหนไม่โผล่ก็อย่านึกว่าข้าเจ้าดรอป แต่เป็นเพราะติดงานของโรงเรียนไม่ก็สอบ
และวันที่20มิ.ย-4ก.ค.ข้าเจ้าจะไปทัศนศึกษาญี่ปุ่น(ได้ทุน) อาจจะไม่ได้อัพ ถ้าเอาโน๊ตบุ๊คไปไม่ได้หรือต่อเน็ตที่โน่นไม่ได้ หรือโดนกิจกรรมแน่นเอี๊ยด

วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

[บทวิเคราะห์]ทำไมEngloidจึงไม่ประสพความสำเร็จ


        หลายคนรู้จักVocaloidแค่ของ 2ยักษ์ใหญ่ในวงการคือCryptonและInternet กับของรายย่อยที่ทำมาแล้วดังไม่กี่ตัว ทิ้งให้อีกหลายๆตัวจากทั้งโลกไม่มีใครรู้จักทั้งจากตะวันออกและตะวันตก ซึ่งดูๆไปฝั่งตะวันออกอย่างน้อยตลาดยังดีเพราะหลายตัวแม้ไม่ดังมากก็ยังพอขายได้เช่นIrohaหรือVY series แต่ฝั่งตะวันตกนั้นแม้จะเป็นผู้บุกเบิกVocaloidตัวจริง แต่ตลาดของVocaloidฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะVocaloidภาษาอังกฤษหรือที่เรียกว่าEngloid แทบเงียบกริบ เพิ่งมามีตัวที่ดังๆแค่ไม่กี่ตัว แต่ก็ไม่ดังมากมายอะไรเมื่อเทียบกับตะวันออก ซึ่งจะลองวิเคราะห์ดูตามควาคิดเห็นของข้าเจ้า

1.การตลาดในระยะแรกมุ่งไปแต่ลูกค้าที่เป็นนักแต่งเพลงมืออาชีพ ทำให้มีลูกค้าน้อยเพราะพวกนี้มักจะฟังนักวิจารณ์เป็นหลักมากกว่าเลือกด้วยความชอบของตัวเอง ซึ่งจากเคสของMeikoที่แม้เป็นรุ่นเก่า ที่คุณภาพสู้รุ่นใหม่ๆไม่ได้แต่ก็มีคนชอบจนพัฒนาเทคนิคในการแต่งเพลง และปรับแต่ง จนบางเพลงสู้รุ่นใหม่ๆได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ และนักแต่งเพลงชื่อดังบาง คนก็มักซื้อตัวที่ชอบไว้ แม้จะมีผลงานที่ใช้ตัวนั้นทำแค่เพลงเดียวหรือไม่มีเลยก็ตาม หรือก็คือซื้อโดยไม่ได้คาดหวังถึงคุณภาพมากมายอะไรเพราะถ้าจะใช้จริงๆก็ไปปรับแต่งเองได้

2.บรรจุภัณฑ์ ในระยะแรกๆ นั้นฝั่งตะวันตกทำมาในแนวเรียบง่ายเหมือนกับซอฟต์แวร์ทั่วไป ซึ่งไม่มีความน่าดึงดูดใจสำหรับมือสมัครเล่นแม้แต่น้อย
เปรียบเทียบระหว่างVocaloid 2คู่แรกของทั้ง2ฝั่ง

       แม้ขึ้นยุคVocaloid2แม้Engloidเริ่มมีการใส่คาแรคเตอร์หรือรูปภาพอิมเมจ แต่ระยะแรกก็ทำแบบไม่ได้ทำเพื่อดึงดูดลูกค้าแต่ทำเพื่อให้อิมเมจล้วนๆมากกว่า ซึ่งในระยะหลังที่นำแนวทางของญี่ปุ่นมาปรับใช้ก็เห็นได้ชัดเจนเลยว่าความนิยมดีขึ้นมหาศาลแม้จะไม่เท่าของญี่ปุ่นก็ตาม
เปรียบเทียบระหว่างVocaloid2 ตัวแรกของทั้ง2ฝั่ง

3.ขาดการโปรโมต เมื่อเทียบกับญี่ปุ่นแล้วของตะวันตกแทบไม่มีการโปรโมตอะไรเลย มักจะประกาศทางเน็ตไม่ก็งานแสดงสินค้ามากกว่า ซึ่งทั้ง2แบบเป็นลักษณะให้ผู้สนใจเข้าไปหาทั้งคู่ ไม่เหมือนของญี่ปุ่นที่ใช้วิธีเกาะกระแสวัฒนธรรมและใช้มันในการโปรโมต เห้นได้จากสินค้าVocaloidจำนวนมหาศาลในตลาดของสะสม จำพวกฟิคเกอร์,ตุ๊กตา และการจัดงานอีเว้นต์เพื่อกระตุ้นเป้นประจำ

4.สื่อกระแสหลักไม่มีการพูดถึง ซึ่งทุกสื่อที่พูดถึงVocaloidนั้นล้วนแต่พูดถึงแต่MikuและอาจมีไปถึงRin,Lenบ้าง แต่ไม่มีสื่อไหนพูดถึงVocaloidฝั่งตะวันตกแม้แต่คำเดียว แม้แต่สือตะวันตกเองก็ตาม


5.การใช้งานยาก เนื่องจากภาษาอังกฤษมีเสียงมากกว่าภาษาญี่ปุ่นหลายเท่า ทำให้ตัวVoicebankมีขนาดใหญ่กว่าภาษาญี่ปุ่นมาก ซึ่งตามมาตรฐานVocaloid3ของYAMAHAแล้ว Voicebankภาาาอังกฤษจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าญี่ปุ่นถึง5เท่า(จากกรณีMegpoid v3กับMegpoid English) และจากการฟังหลายๆเพลงที่ใช้Vocaloidอังกฤษร้อง การปรับแต่งเสียงทำได้ไม่ดีเท่าภาษาญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งก็มาจากการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ซับซ้อนกว่าภาษาญี่ปุ่นด้วย แม้จะเป็นVocaloid3ที่มีคุณภาพเสียงดีมากก็ตาม

6.Vocaloid-P(นักแต่งเพลง) ส่วนใหญ่อยู่ที่ญี่ปุ่น แม้ว่าในญี่ปุ่นนั้นมีCryptonเป็นตัวแทนจำหน่ายก็ตามก็ไม่ได้มีการโปรโมตอะไรทั้งสิ้น และทุกบริษัทก็เน้นแต่หนุนผลิตภัณฑ์ของตนอย่างเดียว ส่วนDwango ที่บริหารNico Nico Douga ที่เป็นผู้เดียวที่ทำการสนับสนุนหลายๆค่ายก็เป็นลักษณะทำให้ดังยิ่งขึ้นมากกว่าปั้นให้ดัง

7.ปัญหาทางด้านลิขสิทธิ Vocaloidของญี่ปุ่นนั้นทุกตัวล้วนใช้ข้อตกลงทางด้านลิขสิทธิเดียวกันหมด อาจมีแตกต่างทางด้านรายละเอียดได้บ้างแล้วแต่บริษัท แต่ของทางตะวันตกนั้นไม่ได้เข้าร่วมข้อตกลงดังกล่าว ทำให้การเผยแพร่ทำได้ยากลำบากมากกว่าหลายเท่า และทำให้ไม่มีสิทธิเข้าร่วมในการประกวดต่างๆที่ถือเป็นโอกาศชั้นดีในการโปรโมตด้วย


        แม้ว่าVocaloidฝั่งตะวันตกจะตามหลังVocaloidฝั่งตะวันออกอยู่หลายก้าวแต่ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและแก้ไขปรับปรุงต่อไปเรื่อยๆ สักวันหนึ่งเราอาจได้เห็นพวกเขาขึ้นสู่เวทีพร้อมกันทั้งโลก ไม่ว่าจะมาจากที่ใดก็ตาม ก็เป็นได้